ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวิชญ์ เลิศศิริ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะทำงานจัดงาน ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการจัดงาน “มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569” (MU x KU Fair 2026) ภายใต้แนวคิด “ร่วมปลูก ร่วมเปลี่ยน” (Grow Together, Change Together) เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารใบไม้สามใบ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

“มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569” (MU x KU Fair 2026) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–18 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทั้งสองสถาบัน โดยผสานจุดแข็งด้านศาสตร์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล และศาสตร์การเกษตรและนวัตกรรมสีเขียวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิด Health Ecosystem หรือระบบนิเวศสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ คือแหล่งอาหารที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงปลายน้ำ คือคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีของประชาชน พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย สังคมคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality) อย่างยั่งยืน

ภายในงานแถลงข่าว ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา ได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการแพทย์กับภาคเกษตรกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ยั่งยืน ขณะที่ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม ได้เน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการนำองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรม นวัตกรรมสีเขียว และสิ่งแวดล้อมมาสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวิชญ์ เลิศศิริ ได้เสนอแนวทางการจัดงาน “มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569” โดยพัฒนารูปแบบงานแฟร์ให้เป็น “ห้องเรียนไร้กำแพง” (Learning Outside the Classroom) เปิดพื้นที่การเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัย ผ่าน 5 ไฮไลต์หลัก ได้แก่ ด้านวิชาการ (Academic & Future) ด้านสุขภาพ (Holistic Health) ด้านนันทนาการ (Happiness & Recreation) ด้านเศรษฐกิจ (Economy & Innovation) และด้านสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly)
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมนำองค์ความรู้ งานวิจัย และ Green Innovation เข้าร่วมจัดแสดงอย่างเต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา เกษตรกรรมสมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อโลก (Climate-Smart Agriculture) นวัตกรรม อาหารแห่งอนาคต (Future Food) และการเชื่อมโยงแนวคิด “อาหารคือยา” เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ไม่เพียงถ่ายทอดองค์ความรู้ แต่ยังร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศตามแนวคิด “ร่วมปลูก ร่วมเปลี่ยน” อย่างเป็นรูปธรรม