สรุปข่าวในรอบสัปดาห์ วันที่ 17 - 23 มิถุนายน 2548
ข่าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 

1. ภาพข่าว : สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ เสด็จเปิดอาคารวลัยลักษณ์ คณะประมง มก. (เดลินิวส์ , ไทยรัฐ 17 มิ.ย.)

      วันพุธที่ 15 มิถุนายน 2548 เวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดอาคารวลัยลักษณ์ ณ ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
     (ข่าวสังคม) ในวันที่ 22 มิถุนายน 2548 เวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดอาคารวิจัยจุฬาภรณ์ ณ สถานัวิจัยประมงศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (เดลินิวส์ 21 มิ.ย. , กรุงเทพธุรกิจ / มติชน 22 มิ.ย.)

2. มก. จัดอบรมเทคนิคการใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารโค (นิตยสารสัตว์เศรษฐกิจ 17 มิ.ย.)

      ศูนย์ค้นคว้าและพัฒนาวิชาการอาหารสัตว์ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตกระบือและโค จัดการอบรม “เทคนิคการใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารโค รุ่นที่ 17” ณ ศูนย์ค้นคว้าและพัฒนาวิชาการอาหารสัตว์ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สนใจติดต่อ โทร.0-3435-2035 หรือ 0-2942-8010-9

3. ม.เกษตรฯ แจกเข็มรุ่น 'เคยู65' ทำกิจกรรมแทนรับน้อง (กรุงเทพธุรกิจ 18 มิ.ย.)

     รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ อธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวกับนิสิตชั้นปีที่ 1 ในพิธีมอบเหรียญประจำรุ่น "เคยู 65" ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ทำความเข้าใจกับนิสิตเรื่องประกาศยุติกิจกรรมรับน้อง ว่า ในปีนี้ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม ทำให้มหาวิทยาลัยต้องประกาศยุติกิจกรรมที่ล่อแหลมและไม่สามารถควบคุมได้เพื่อรักษาชื่อเสียงเกียรติยศของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ยังคงเห็นว่าการรับน้องเป็นกิจกรรมดีที่ต้องรักษาไว้ แต่ต้องปรับปรุงให้เหมาะสม ซึ่งตนได้ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและผู้นำนิสิต เพื่อพิจารณาปรับปรุงกิจกรรมที่ยังไม่มีความชัดเจน โดยยังรักษาอุดมการณ์และจิตวิญญาณของนิสิตไว้ ซึ่งมหาวิทยาลัยพร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมในปีนี้ ส่วนในปีต่อไปนั้น จะให้มีการพิจารณาร่วมกันทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบต่อไป
     น.ส.สุพิชญา แสงศรี นิสิต ปีที่ 1 คณะอุตสาหกรรมเกษตร กล่าวว่า อยากใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยเหมือนรุ่นอื่น ๆ ในฐานะที่ตนสอบเข้ามาได้ แต่ก็ไม่ต้องการให้เป็นกิจกรรมที่น่าเกลียด อยากให้เป็นแบบปัญญาชน มีความสนุกสนาน ไม่หนักเกินไป การให้ยุติกิจกรรมรับน้องทั้งหมด เป็นเหมือนการตัดปัญหา อยากให้เป็นการแก้ปัญหามากกว่า ทั้งที่การที่มหาวิทยาลัยจะสร้างสรรค์กิจกรรมมาทดแทนเป็นสิ่งที่พอยอมรับได้
     นายดาทัต เกียรติเวชไพศาล นิสิต ปีที่ 1 คณะวิทยาลัยเทคนิคการสัตวแพทย์ กล่าวว่า ถึงตอนนี้คงต้องพอใจกับมาตรการของมหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าการใช้ไม้อ่อนนั้นยาก และคงใช้เวลานานกว่า ทำให้ความขลังของกิจกรรมและความเป็นเอกภาพลดลง ส่วนกิจกรรมใหม่คิดว่าคงจะทดแทนได้ไม่เต็มที่นัก การที่มีว้ากเกอร์จะเป็นการกดดันรุ่นน้องซึ่งทำให้รุ่นน้องได้รวมกลุ่มกัน แต่ที่เห็นขณะนี้คือรุ่นน้องค่อนข้างแยกกลุ่มกันอย่างชัดเจน
     น.ส.ภาธินี ศรัทธาธรรมกุล นิสิต ปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ กล่าวว่า ข่าวกิจกรรมการรับน้องที่ออกไปทาง สื่อมวลชน ทำให้คุณแม่เป็นห่วงมาก ซึ่งการที่คุณแม่ไม่ได้มาอยู่ในมหาวิทยาลัยกับตนด้วย ทำให้คุณแม่เชื่อข้อมูลจากสื่อมาก จนตนมีปัญหากับทางบ้านหลายครั้ง เพราะตนต้องการให้มีกิจกรรมรับน้อง แต่คุณแม่ไม่อยากให้มีเพราะเป็นห่วง ซึ่งความไม่เข้าใจกันดังกล่าวเกิดจากข่าวที่นำเสนออย่างรุนแรงเกินไป
     พิธีมอบเหรียญประจำรุ่น เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม "วันพัฒนาและปลูกต้นไม้ มก.'48" ที่ในปีก่อน ๆ จะมี กิจกรรมรับน้องใหม่ระดับมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า "เฟรชชี่เดย์" แต่ปีนี้จะมีเพียงการตักบาตร การพัฒนาสถานที่ และการปลูกต้นไม้ประจำรุ่นเท่านั้น รวมทั้งยังงดการรื่นเริงและคอนเสิร์ตในช่วงกลางคืน หรือ "เฟรชชี่ไนท์" ที่มีติดต่อกันมาทุกปีอีกด้วย

4. มก. จัดโครงการศึกษาศิลปะวัฒนธรรม ณ ประเทศฝรั่งเศส (กรุงเทพธุรกิจ 18 มิ.ย.)

     ศูนย์ภาษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดโครงการศึกษาศิลปะวัฒนธรรม ณ ประเทศฝรั่งเศส สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจ รุ่นที่2 ระหว่างวันที่ 14-21 ตุลาคม 2548 โดยได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษา จากสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เรียนรู้ และฝึกหัดใช้ภาษาฝรั่งเศส ได้มีโอกาสเรียนรู้สภาพสังคม ศิลปะวัฒนธรรม เช่นที่ปารีส นครหลวงที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก ผู้สนใจสอบถามได้ที่ 0-2579-0113 ต่อ 2023 ,02-942-888-9 รับจำนวน 32 คน

5. ธุรกิจอัญมณี-เครื่องประดับ (เดลินิวส์ 18 มิ.ย.)

     สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ม.เกษตรศาสตร์ จัดอบรมหลักสูตร “อัญมณีศาสตร์และเครื่องประดับ” รุ่น 16 ให้กับบุคคลทั่วไป อบรมวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่ 3 ก.ค. – 16 ต.ค. นี้ เรียนรู้เรื่องการตรวจแยกอัญมณี , การประเมินคุณภาพ , การประเมินราคา รวมถึงศึกษาดูงานตลาดซื้อขายพลอยที่จันทบุรี และบริษัทผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่มีชื่อเสียง รับผู้เข้าอบรมรุ่นละ 25 คน ค่าลงทะเบียน 25,000 บาท สนใจสอบถามรายละเอียด โทร. 0-2942-8822 ต่อ 223

6. "ชวน-อธิการฯ มก."เยี่ยมพ่อ-แม่เหยื่อรับน้อง (มติชน 18 มิ.ย.)

     บ่ายวันที่ 17 มิถุนายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะ เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 2 ต.พ้อแดง อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อเข้าเยี่ยมและแสดงความเสียใจต่อนายบุญรัตน์ และนางสมบุญ รุ่งเรืองศรีศักดิ์ บิดามารดาของนายโชคชัย รุ่งเรืองศรีศักดิ์ นิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ที่ยิงตัวตายภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ จากนั้นนายชวนได้แสดงความเคารพรูปและอัฐิของนายโชคชัย
     รศ.ดร.วิโรจ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยไม่อยากให้เหตุการณ์น่าสลดใจเกิดขึ้น ที่ผ่านมาได้ประกาศห้ามกระทำรุนแรงต่อน้องใหม่ทุกปี แต่บางครั้งไม่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของนายโชคชัยทำให้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการรับน้องดีขึ้น ขณะนี้การรับน้องของมหาวิทยาลัยยุติแล้ว ในปีต่อไปจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีก แต่พยายามให้ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมด้วยจิตวิญญาณและอุดมการณ์ที่ดีงาม
     ขณะที่นายชวนกล่าวว่า การเสียชีวิตของนักศึกษาไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม มหาวิทยาลัยต้องแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ตามหลักการรับน้องไม่มีอะไรเสียหาย แต่คนในมหาวิทยาลัยต้องดูแลกันให้ดี บางครั้งรุ่นพี่ขาดวุฒิภาวะ นำความรุนแรงหรือสิ่งลามกอนาจารเข้ามาใช้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาจากตัวบุคคล ไม่ใช่เกิดจากระบบ

7. “อ่างน้ำรี” ดำริ “ทักษิณ” ใกล้ความจริง มก. – นเรศวรเก็บข้อมูล (ข่าวสด 19 มิ.ย.)

     นายราชัน มหาวัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ได้รับการประสานงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ว่า จะส่งนักศึกษาเข้ามาเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการสร้างอ่างเก็บน้ำรี บ้านกิ่วเคียน หมู่ 12 ต.จริม
     ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดจากดำริของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่รับปากกับชาว อ.ท่าปลา ครั้งที่นำคณะทัวร์ นกขมิ้น และขณะนี้ได้จัดสรรงบประมาณมาให้เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่รอการสำรวจด้านสิ่งแวดล้อมและจะดำเนินการทันที

8. ม.เกษตรฯ จัดโครงการพระไตรปิฎกศึกษา ส่งเสริมความเข้าใจพุทธศาสนา (ข่าวสด 20 มิ.ย.)

      นายสุเชาวน์ พลอยชุม หัวหน้าโครงการพระไตรปิฎกศึกษา สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า พระไตรปิฎก เป็นพระคัมภีร์ที่จดจารึกคำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งบรรดาพระพุทธสาวกได้ทรงจำและนำสืบทอดกันมาเป็นลำดับ กระทั่งได้มีการจดจารึกเป็นตัวอักษร เมื่อราว 450 ปี หลังพุทธปรินิพพาน พระไตรปิฎกจึงเป็นพระคัมภีร์หลักของพระพุทธศาสนาสืบมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นหลักฐานอ้างอิงและเป็นที่ยุติของปัญหาและความสงสัยทั้งปวงเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ทั้งในทางปริยัติ (ทฤษฎี) และทางปฏิบัติ ดังนั้น ชาวพุทธควรศึกษาและทำความเข้าใจพระไตรปิฎก เพื่อจักได้เข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องด้วยตนเอง
     สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดโครงการพระไตรปิฎกศึกษา (เพื่อความเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์) จัดเป็น 3 หลักสูตรระยะสั้น 3 ภาค ประกอบด้วย ภาค 1 ความรู้เรื่องพระไตรปิฎก ภาค 2 สุตตันปิฎกศึกษา และภาค 3 วินัยปิฎกและอภิธรรมปิฎกศึกษา แต่ละภาคใช้เวลาบรรยาย 20 ชั่วโมง เรียนทุกวันเสาร์ เวลา 09.00 -12.00 น. ค่าลงทะเบียนภาคละ 1,200 บาท/คน ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ อาคารศูนย์เรียนรวม 2 ชั้นล่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร.0-2942-8788-9

9. นิสิตใหม่ เคยู 65 (กรุงเทพธุรกิจ 20 มิ.ย.)

      ใครผ่านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้านถนนพหลโยธิน วันนี้จะได้เห็นต้นลั่นทมเรียงรายเป็นแถวจำนวน 50 ต้น ณ บริเวณศาลาหกเหลี่ยมเฉลิมพระเกียรติ อันเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 50 พรรษา สาเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในปีนี้ ส่วนนิสิตใหม่ “เคยู 65” ส่งผู้แทน 65 คน ปลูกต้นนนทรีประจำรุ่น เคยู 65 ซึ่ง มก. นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียวที่มีต้นไม้เพิ่มมาอยู่เรื่อยๆ

10. มก. อบรมการฝึกร้องเพลงระดับสูง (ผู้จัดการ 20 มิ.ย. , เดลินิวส์ 23 มิ.ย.)

      สถาบันภาษาศาสตร์และวัฒนธรรมศึกษาราชนครินทร์ ม.เกษตรศาสตร์ เปิดอบรมการฝึกร้องเพลง (ระดับสูง) ระหว่างวันที่ 20 ก.ค. – 14 ก.ย. นี้ เรียนทุกวันพุธ เวลา 17.30-19.00 น. ณ อาคารศูนย์เรียนรวม 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกฝนเทคนิคการร้องเพลงอย่างถูกวิธี ให้คำปรึกษาแนะนำการร้องเพลงที่ถูกต้อง และเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและรักษาสุขภาพ ซึ่งหลักสูตรจะคลอบคลุมถึงการฝึกหายใจ การเปล่งเสียง การนับจังหวะและการปรับเสียงไม่ให้เพี้ยน ค่าลงทะเบียนคนละ 900 บาท รับผู้เข้าอบรม 25 คน โทร. 0-2942-8788-9

11. หุ่นจำลองมีชีวิต (กรุงเทพธุรกิจ 21 มิ.ย.)

      สื่อการเรียนการสอนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในรูปของหุ่นจำลอง ที่เป็นสื่อวัสดุสามมิติ ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เข้าใจได้ง่าย ทว่าที่ผ่านมาสื่อการสอน ในรูปหุ่นจำลองส่วนใหญ่ ผลิตจากสารสังเคราะห์เรซิน ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และราคาสูง นี้เองสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ที่มีงบน้อย โรงเรียนขนาดเล็ก ทั้งในเมืองและชนบท จึงขาดสื่อการเรียนการสอนที่เป็นรูปธรรม ไม่สามารถจับต้องได้ เห็นเพียงรูปมิติเดียวจากหนังสือเท่านั้น
     รศ.ดร.อภินันท์ สุประเสริฐ หัวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนรูปหุ่นจำลองอวัยวะมนุษย์ และสัตว์จากยางพารา ศูนย์พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีภาครัฐร่วมเอกชน และหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นรายแรกที่ทำโครงการวิจัยหุ่นจากจากยางพารา เนื่องจากพิจารณาเรื่องของการใช้สัตว์ทดลอง คือ ถ้าใช้สัตว์ทดลองเยอะเป็นปัญหาเรื่องจรรยาบรรณ ก็เลยทดแทนด้วยการสร้างหุ่น ตอนนี้มีหุ่นเพื่อการศึกษากว่า 70 รายการ พอสร้างหุ่นขึ้นมาช่วยในด้านการเรียนการสอนได้มาก ยกตัวอย่าง เรานึกถึงหลักสูตรข้างเคียง ด้านสัตวบาล สัตวรักษ์ สัตวศาสตร์ รวมถึงนักเรียนชั้นมัธยม ที่เคยเรียนจากกระดาษเป็นรูปมิติเดียว แต่หุ่นจะเป็นรูป 3 มิติ เหมาะอย่างยิ่งกับการนำไปใช้ในโรงเรียนตามชนบทที่ไกลๆ เพราะมีข้อดีหลายอย่าง คือ นิ่มเหมือนของจริง ตกก็ไม่แตก นํ้าหนักเบา เคลื่อนย้ายไปไหนก็สะดวก ปลอดภัยจากสารเคมี และได้ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราจากภาคใต้ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องความมั่นคง นอกจากนั้น เรายังทำของที่ระลึกด้วย เป็นรูปสัตว์อย่าง เช่น ช้างนั่งขอนไม้ ช้างแม่ลูก สุนัข นิ่ม สุกร 3 ตัวเกาะคอก ไก่แจ้ หมี หมาคาบกระดูก หรือของที่ระลึกอย่างอื่น นางอัปสร พระเจ้าชัยวรมัน นางดนตรีไทย พระพุทธรูป หน้าบาเยิน หน้าพระ ทำแล้วคนก็ให้ความสนใจเยอะ เนื่องจากเราพึ่งจะเริ่มออก และของเรามีไม่มาก แต่สื่อการสอนมีแบบเยอะ แต่ของที่ระลึกมีแบบอยู่แบบเดียว แต่ว่าแนวโน้มของที่ระลึกค่อนข้างดี อย่างไรก็ตามการนำสารธรรมชาติยางพาราทดแทนพลาสติกเหลวประดิษฐ์เป็นสื่อการเรียนการสอนรูปหุ่นจำลองอวัยวะต่างๆ นอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราแล้วยังเป็นการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เนื่องจากหุ่นจำลองจากยางพาราเป็นสื่อราคาประหยัด ไม่เป็นพิษ มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นเคลื่อนย้ายได้สะดวกเหมาะกับการศึกษาด้วยตนเอง ประโยชน์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเหล่านี้คงต้องได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากทุกฝ่ายต่อไป

12. ไอซีทีเพื่อการศึกษาไทย (สยามรัฐ 21 มิ.ย.)

      สสวท. และ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการไอซีทีเพื่อการศึกษาไทย (ICTED 2005) ครั้งที่ 3 วันที่ 23 – 24 มิถุนายน 2548 ที่ มก. บางเขน โดยระดมพลครูเครือข่ายและวิทยากรแกนนำสาขาคอมพิวเตอร์ไปร่วมแสดงผลงานกันมากมาย

13. ปริญญาโทภาคพิเศษ (เอ็กไซด์ไทยโพสต์ 22 มิ.ย.)

      โครงการบัณฑิตศึกษา ภาคพิเศษ ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มก. เปิดสอน ป.โท สาขาเศรษฐศาสตร์ ภาคค่ำ โดยมีสาขาวิชาที่เปิดสอน คือ เศรษฐศาสตร์การเงินคลัง , เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ , เศรษฐศาสตร์การพัฒนาและวางแผน , เศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , เศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์และอุตสาหกรรม , เศรษฐศาสตร์ขนส่งและสาธารณูปโภค สนใจสมัครได้ที่ โครงการบัณฑิตศึกษา ภาคพิเศษ ห้อง ศศ.101 ตึกเศรษฐศาสตร์ ชั้น 1 โทร. 0-2562-0232

14. มก.วิจัยสมุนไพรกำจัดปลวก (สยามรัฐ 22 มิ.ย.)

      ม.เกษตรศาสตร์ เปิดตัวสมุนไพรกำจัดปลวก หลังซุ่มวิจัยนานกว่า 20 ปี พบประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าสารเคมี ไม่ทำร้ายมนุษย์ทางอ้อม รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพล วิเศษสรรค์ อาจารย์ประจำภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ผู้คิดค้นสมุนไพรกำจัดปลวก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยถึงการกำจัดปลวกอย่างหลากหลายโดยเฉพาะการใช้สารเคมี ซึ่งล้วนแต่มีผลร้ายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ถือเป็นภัยมืดที่มองไม่เห็น โดยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ได้ทุ่มเทวิจัยสมุนไพรไทยอยู่หลายชนิดเพื่อหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยกำจัดปลวกให้ลดลง
     จากการวิจัยพบว่ามีสมุนไพรไทยหลายชนิดที่สามารถนำไปใช้กับวงจรชีวิตของปลวก เพื่อใช้ควบคุมประชากรปลวก ลดขบวนการย่อยอาหาร ทำลายจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร หยุดการลอกคราบของตัวอ่อน ทำให้ตัวอ่อนไม่เจริญโตเติบ ลดการฟักไข่ของนางพญาปลวกเพื่อหยุดการขยายพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ปลวกสูญพันธุ์ไปในที่สุด สำหรับสมุนไพรที่วิจัยพบว่ามีประสิทธิภาพกำจัดปลวกก็เช่น ขมิ้นชัน เมล็ดน้อยหน้าสะเดาอินเดีย หางไหล ซึ่งมีผลต่อการหายใจของแมลงจำพวกปากดูดและเจาะดูด สาบเสือต้นพริก หญ้าแห้วหมู ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในปลวก และเปลือกมังคุด มีผลต่อการทำลายระบบภูมิคุ้มกันในปลวก สมุนไพรเหล่านี้ปลวกไม่ชอบกิน สำหรับผู้อ่านที่สนใจกรรมวิธีกำจัดปลวกแบบนี้สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพล วิเศษสรรค์ ภาควิชาสัตววิทยา โทร.0-2579-1022

15. ศพทารกใกล้หอหญิง ม.เกษตรฯ (ข่าวสด / บ้านเมือง / คม ชัด ลึก / มติชน / เดลินิวส์ 23 มิ.ย.)

      เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 22 มิ.ย. พ.ต.ต.สำเริง อำพรรณทอง สวส.สน.บางเขน รับแจ้งพบศพเด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ใน ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน หลังรับแจ้งจึงพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิรุดไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าเป็นจุดทิ้งขยะที่ 27 อยู่ระหว่างอาคารเรียน 2 และ 3 โดยถังขยะสีเขียวภายในพบถุงพลาสติกสีดำ เมื่อแกะออกมาดูพบศพทารกเพศชาย อายุ 7-8 เดือน มีสายรกติดอยู่
     สอบสวนนางสำรวย สุภานนท์ อายุ 45 ปี แม่บ้านอาคารเรียน 2 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำขยะมาทิ้งที่จุดดังกล่าวอยู่เป็นประจำ อีกทั้งในระหว่างทิ้งขยะได้คุ้ยเขี่ยเพื่อหาขวดไปขายแต่ได้พบถุงกระดาษสีแดงภายในมีถุงพลาสติกและได้ยกออกพบว่ามีน้ำหนักจึงได้แกะออกมาดูพบศพทารก ก่อนจะแจ้ง รปภ. ของมหาวิทยาลัยและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบต่อไป เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นนักศึกษาที่พักอยู่ภายในมหาวิทยาลัย เนื่องจากจุดที่พบศพอยู่ห่างจากหอพักนักศึกษาหญิงประมาณ 100 เมตร อาจเกิดแท้งลูกออกมาแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้นำมาทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหาแม่ใจยักษ์ต่อไป

16. ประชุมผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 5 (กรุงเทพธุรกิจ 23 มิ.ย.)

      ที่ประชุมคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยของรัฐ (ทคบร.) ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ จัดประชุมผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างวันที่ 10-11 ตุลาคม 2548 ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา โดยในปีนี้ จะมีการจัดทำรายงานการประชุม (Proceeding) และนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา สามารถขอรับทุนสนับสนุนในการเข้าร่วมประชุมวิชาการครั้งนี้ ได้จากบัณฑิตวิทยาลัยของสถาบันตนเอง ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2942-8445-50 หรือเข้าไปลงทะเบียนได้ที่ www.grad.ku.ac.th

17. ม.เกษตรฯ คิดโมเดลทำนายฝน ข้อมูลวางแผนรับมือน้ำท่วม (กรุงเทพธุรกิจ 23 มิ.ย.)

      นักวิชาการ ม.เกษตรศาสตร์ คิดแบบจำลองคาดคะเนปริมาณน้ำฝน ระบุข้อมูลใช้วางแผนป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้ง เผยว่า อาศัยฐานข้อมูลระยะยาวพฤติกรรมต่างๆ ของสภาพอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญ ป้อนโปรแกรมคอมพ์คำนวณผลแม่นย่ำกว่า 90%
      รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมโชค ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทีมงานวิจัย ได้คิดค้นแบบจำลองการคาดคะเนปริมาณน้ำฝน โดยใช้ข้อมูลระยะยาวของสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาค สภาพภูมิประเทศ ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานิญา ทำให้ได้แบบจำลองในการคาดคะเนปริมาณน้ำฝน ที่ต่อเนื่องจากปริมาณน้ำฝนในฤดูกาลที่ผ่านมา หรือในปีที่ผ่านมา เพื่อการวางแผนรับมืออุทกภัย แผ่นดินถล่มและการจัดการพื้นที่กักเก็บน้ำให้เพียงพอในช่วงฤดูแล้ง โดยแบบจำลองนี้ใช้ศึกษาในกรณีที่มีเมฆฝนพัดผ่านดาวเทียม GMS 5 จะสามารถมองเห็นก้อนเมฆที่มีระดับสูงต่ำต่างกัน ต่อจากนั้น โปรแกรมจะแปรความหมายว่ามีอุณหภูมิยอดเมฆเท่าไร ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกส่งลงมายังพื้นดินทุกชั่วโมง ประกอบกับหากมีถังวัดน้ำฝนอยู่ใต้ก้อนเมฆก้อนนั้นพอดีและในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะสามารถบอกอุณหภูมิยอดเมฆ และบอกได้ว่าฝนที่ตกลงมาจะมีปริมาณน้ำฝนเท่าไร ทั้งนี้ หากเมฆมีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 25 มม. แบบจำลองนี้จะมีความถูกต้องแม่นยำกว่า 90% อย่างไรก็ตาม แบบจำลองดังกล่าวออกแบบเพื่อใช้ในระดับภาค โดยกำหนดฤดูกาลที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาคออก เป็น 5 ฤดู ประกอบด้วย ฤดูมรสุมจากลมตะวันออกเฉียงเหนือ (พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์) ฤดูปลายหนาวต้นร้อน (มีนาคมถึงเมษายน) ฤดูต้นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (พฤษภาคมถึงมิถุนายน) ฤดูฝนจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (กรกฎาคมถึงกันยายน) และฤดูปลายฝนต้นหนาว (ตุลาคม)

 
ข่าวทั่วไป

1. ทอยแก่นยูลีกกระหึ่ม (เดลินิวส์ 23 มิ.ย.)

     เมื่อ 22 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดี ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมด้วย นางสุวลัย ศัตรูลี้ ประธานฝ่ายคณะทำงานสมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวการแข่งขันโบว์ลิ่งชิงแชมป์เพื่อความเป็นเลิศในระดับอุดมศึกษา “โบว์ลิ่ง ไทยแลนด์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ชาลเลนจ์ 2005” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ระหว่าง 5 ส.ค.-9 ก.ย.นี้ ที่เมเจอร์โบว์ล ฮิท รัชโยธิน ไทยทีวีสีช่อง 3 ถ่ายทอดสดในพิธีเปิด และปิดการแข่งขันด้วย
    สำหรับการแข่งขันมีขึ้นเพื่อให้นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ และศิษย์เก่าในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศได้ร่วมกันทำกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้กีฬาเป็นสื่อ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างนักกีฬาโบว์ลิ่งดาวรุ่งดวงใหม่เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นทีมชาติในอนาคต โดยมีนักกีฬาจาก 20 สถาบันร่วมชิงชัย ประกอบด้วย ธุรกิจบัณฑิตย์, รามคำแหง, มศว.ประสานมิตร, ธรรมศาสตร์, เกษตรศาสตร์, กรุงเทพ, อัสสัมชัญ, หอการค้าไทย, สยาม, ราชภัฏจันทรเกษม, จุฬาลงกรณ์, เกษมบัณฑิต, เอเชียอาคเนย์, รัตนบัณฑิต, ราชภัฏสวนดุสิต, ราชภัฏพระนคร, เทคโนโลยีพระนครเหนือ, รังสิต และศรีปทุม ส่วนกิจกรรมประกอบด้วยการแข่งขันกีฬาโบว์ลิ่ง ทั้งประเภททีม และประเภทบุคคล (ชาย-หญิง), การแข่งขันโบว์ลิ่งแบบสนุกสนาน, การประกวดกองเชียร์ และเชียร์ลีดเดอร์ โดยมีข้อห้ามท่าหวาดเสียว และการประกวดมิสยู ชาลเลนจ์ ภายใต้แนวคิด “สวย สไตรค์ ไนซ์ สไตล์” ชิงทุนการศึกษากว่า 2 ล้านบาท ผู้สนใจสมัครได้ที่ฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ หรือที่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ทุกสาขา ระหว่าง 23 มิ.ย.-20 ก.ค.นี้

2. “โรดโชว์" ตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ย้อนรอยมหาวิทยาลัยรัฐ "รับตรง" (กรุงเทพธุรกิจ 18 มิ.ย.)

     ผลพวงประกาศใช้การรับนักศึกษาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ผ่านระบบแอดมิสชั่นส์อย่างเต็มรูปแบบ ในปีการศึกษา 2549 ของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นการส่งสัญญาณให้มหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งเตรียมขยับตัว ปรับสัดส่วนการรับนักศึกษาใหม่ในทันที และวิธี "รับตรง" คือทางเลือกนั้น
     "รับตรง" เริ่มรู้จักมักคุ้นกันมาเป็นเวลานาน และเริ่มปะทุเป็นกระแสเมื่อระบบแอดมิสชั่นส์หรือระบบกลางในการรับนิสิตนักศึกษา จ่อคิวเตรียมใช้จริงในปีการศึกษา 2549 จากเดิมมหาวิทยาลัยของรัฐส่วนใหญ่ใช้สัดส่วนรับตรง 50% และเอนทรานซ์ 50% เปลี่ยนเป็น 60% ต่อ 40% หรือมหาวิทยาลัยบางแห่งที่เน้นรับตรงอยู่แล้ว ก็เพิ่มเป็น 70% ต่อ 30% เพื่อให้ได้เด็กที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการและเตรียมการใช้ระบบแอดมิสชั่นส์ปีการศึกษาหน้า
     การเปิดศึก "รับตรง" จึงถือเป็นมิติใหม่ ที่มหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่นิยมใช้ โดยการจับมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกไปเดินสาย หรือ "โรดโชว์" เปิด "ตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา" ทั่วประเทศระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคมเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ ยังทำ "โอเพ่นเฮ้าส์" หรือเปิดบ้านให้นักเรียน อาจารย์และ ผู้ปกครองมาเยี่ยมชมภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงสนับสนุนให้นักศึกษาแต่ละคณะ โดยเฉพาะคณะยอดนิยม เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ฯลฯ "จัดแคมปัสทัวร์" หรือกิจกรรมเข้าค่ายภายในมหาวิทยาลัย เพื่อแนะนำคณะและหลักสูตร รวมถึงการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เชื่อว่าในปีการศึกษา 2549 เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษานำระบบแอดมิสชั่นส์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว จะช่วยจุดฉนวนให้มหาวิทยาลัยของรัฐแต่ละแห่ง ต้องขยันทำการบ้านมากขึ้น เพื่อนำกลยุทธ์ใหม่ๆ มาแข่งขันกัน เพื่อช่วงชิงลูกค้าให้ได้มากที่สุด เมื่อถึงเวลานั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือ เด็กไทยนั่นเอง

3. "ประเพณีรับน้องใหม่" อีกภาพความล้มเหลวของการศึกษา (มติชน 19 มิ.ย.)

     ประเพณีการรับน้องมีวัตถุประสงค์ที่เด่นชัดคือ 1) เพื่อสานสายใยความสัมพันธ์ของนักศึกษาในรุ่นเดียวกันและระหว่างรุ่น 2) เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมอันดีงามของสถาบันการศึกษาให้กับสมาชิกใหม่ 3) เพื่อสร้างความมั่นใจ สร้างขวัญและกำลังใจในการศึกษาในสถาบันระดับอุดมศึกษา และ 4) เพื่อสืบสานประเพณีรับน้องใหม่ ประเพณีรับน้องใหม่ได้พัฒนาตัวเองมาตลอดผ่านทุกยุคสมัย เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและประโยชน์สูงสุด จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แก่นแท้แนวคิดของการรับน้องเริ่มเปลี่ยนแปลงไปสู่พฤติกรรมความไม่เหมาะสมในหลายประการ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันจากสังคม อันนำไปสู่การยกเลิกประเพณีการรับน้องใหม่ในที่สุด
     คำถามที่สำคัญคือปรากฏการณ์ทางสังคมดังกล่าวบอกอะไรแก่ระบบการศึกษาของไทย ซึ่งน่าสนใจยิ่ง เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 48 กระทรวงศึกษาธิการลงนามโดยท่านอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกประกาศเรื่อง การจัดกิจกรรมรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา ปี 2548 มีเนื้อหาสาระสำคัญ ดังนี้ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการเห็นว่า กิจกรรมการรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ เป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนานในสถาบันอุดมศึกษา และมีปณิธานเพื่อถ่ายทอดความสัมพันธ์ของนิสิตนักศึกษารุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ยังผลให้เกิดความสามัคคี ความภาคภูมิใจในสถาบัน และช่วยเหลือเกื้อกูลกันฉันพี่น้อง เน้นไม่ให้มีความรุนแรงหรือล่วงละเมิดสิทธิในร่างกายหรือจิตใจของน้องใหม่ กิจกรรมการรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ จะต้องเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดีและมีความสุขของการร่วมมือร่วมใจ ไม่มีความรุนแรง หรือล่วงละเมิดสิทธิในร่างกายหรือจิตใจน้องใหม่ ให้งดการดื่มสุราและของมึนเมาทุกชนิดในขณะจัดกิจกรรม กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายส่งเสริมให้จัดกิจกรรมภายในสถาบันอุดมศึกษา ควรหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมภายนอก ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและความประหยัด โดยการอนุมัติหรืออนุญาตให้จัดกิจกรรมภายในหรือภายนอกสถาบันให้อยู่ในดุลพินิจและความรับผิดชอบของสถาบันนั้นๆ
     มาตรการที่ชัดเจนคือ ให้สถาบันอุดมศึกษากำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์ และมาตรการในการรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ให้ชัดเจน สอดคล้องกับแนวนโยบายของกระทรวงศึกษาฯ เช่น การพิจารณาอนุญาต การรับผิดชอบกำกับ ดูแล ให้คำปรึกษา แนะนำ ระยะเวลาของการจัดกิจกรรม รูปแบบ/แนวทางการจัดกิจกรรม แนวทางการจัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ โดยองค์กรนิสิตนักศึกษาที่จะจัดกิจกรรม จัดทำเป็นโครงการมีรายละเอียดชัดเจน นำเสนอขออนุมัติอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสถาบันที่สังกัด ทั้งนี้กิจกรรมจะต้องมีลักษณะสร้างสรรค์ สร้างความอบอุ่น มีบรรยากาศที่ดีและมีความสุข ไม่มีความรุนแรง อยู่ในกรอบประเพณีวัฒนธรรมที่สังคมยอมรับ และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่ไม่ละเมิดทั้งร่างกายและจิตใจนิสิตนักศึกษาใหม่
     กรณีที่นายโชคชัย รุ่งเรืองศรีศักดิ์ อายุ 19 ปี นิสิตคณะสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนใช้ปืนยิงตัวตาย สันนิษฐานว่าอาจมาจากความเครียดจากการรับน้องใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวก็เกิดคลื่นกระแสสังคมกดดันอย่างหนัก ในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหนังสือเวียนแจ้งไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเรื่องการจัดกิจกรรมรับน้องมี 4 ข้อคือ 1) ขอให้ทุกมหาวิทยาลัยระงับจัดกิจกรรมการรับน้องทุกอย่างในปีการศึกษานี้ ตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือเวียน 2) ถ้าจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับน้องใหม่ในอนาคตให้แต่ละมหาวิทยาลัยสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด 3) ห้ามใช้ความรุนแรงและห้ามเดินทางไปรับน้องต่างจังหวัด และ 4) การให้นักศึกษาปี 1 เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องใหม่ต้องได้รับคำยินยอมจากเจ้าตัว ห้ามใช้วิธีบังคับ และต้องแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบด้วย
     ทำให้ในที่สุดประเพณีรับน้องปีนี้ถูกยกเลิกโดยปริยาย จากแรงกดดันทางสังคม ทั้งที่การ "รับน้อง" ได้ถูกปฏิบัติจนเป็น "ประเพณี" ซึ่งความหมายโดยนัยคือย่อมมีสิ่งที่ดีมากกว่าจึงสามารถทำให้สืบสานอยู่ในความทรงจำของคนมาหลายยุคสมัย แต่กลับมาถูกข้อมูลเชิงลบที่เกิดจาก "วิธีการ" แต่ไม่ใช่ "แก่นแท้" ทำลายลง โดยแนวทางปฏิบัติแล้วถือว่า "ไม่ถูกต้องโดยสิ้นเชิง"
     การ "ยกเลิก" ประเพณีรับน้องใหม่ จึงเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการศึกษาไทยในหลายแง่หลายประเด็น ประกอบด้วย 1) ระบบการศึกษาไม่เชื่อมั่นในความดีงามของ "ประเพณี" และไม่สามารถที่จะ "ถอดรหัส" ความดีงามของประเพณีที่สามารถดำรงอยู่ได้ออกมาสื่อให้สาธารณชนและสังคมโดยรวมเข้าใจและยอมรับได้ 2) ระบบการศึกษากลบเกลื่อนบทบาทหน้าที่ในการอธิบายของตนเองด้วยการใช้อำนาจประกาศยุบ ยกเลิก และไม่ให้การสนับสนุนใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อมิให้ตนเองต้องเสียเวลาในการจะต้องอธิบายต่อสังคม และลดทอนความยุ่งยากทั้งหลายลง ทั้งๆ ที่ประเพณีรับน้องใหม่เป็นหน้าที่ที่ต้องถือปฏิบัติ 3) ระบบการศึกษาไม่สามารถจัดการวิธีการเชิงสร้างสรรค์ได้ เพราะประเพณีการรับน้องที่เป็นปัญหานั้นอยู่ที่วิธีการ ไม่ใช่เนื้อหาแก่นแท้ของประเพณี ดังนั้นการประกาศยกเลิกจึงไม่ใช่วิธีการที่ดีพอในการนำมาเป็นฐานปฏิบัติ 4) ผู้หลักผู้ใหญ่ในระบบการศึกษาของไทย ยังไม่เข้าใจความศักดิ์สิทธิ์และมนต์ขลังของประเพณีรับน้องใหม่ หากแต่ยังคงพยายามนำข้อมูลเชิงลบ จากวิธีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของนักศึกษาบางกลุ่มไม่กี่คนมาเบี่ยงเบนความดีงามของประเพณีที่สืบทอดกันมาในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา และพยายามผลักดันกระแสสังคมไปสู่การยกเลิกประเพณีดังกล่าว

4. ทปอ. ถกแอดมิสชั่น-พ.ร.บ.นอกระบบ (ข่าวสด 23 มิ.ย.)

     นายประเสริฐ ชิตพงษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ในการประชุม ทปอ. วันที่ 25 มิ.ย. ที่ประชุมจะพิจารณาสรุปเกณฑ์ประกอบการรับนิสิตนักศึกษาใหม่ หรือแอดมิสชั่น ที่จะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2549 ขณะนี้เหลือเพียงข้อสรุปในเรื่องการกำหนดกลุ่มสาระวิชาที่จะใช้ประกอบการสอบแบบโอเน็ต และแบบเอเน็ตของบางสาขาวิชา อาทิ สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ที่อยู่ระหว่างพิจารณา คาดว่าในการประชุมครั้งนี้จะได้ข้อสรุปทั้งหมด เพื่อส่งข้อมูลต่อให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สรุปผล และจัดทำคู่มือการรับนิสิตนักศึกษาใหม่ของสถาบันอุดมศึกษา หาก สกอ.สามารถประกาศเกณฑ์ได้เร็ว ก็จะทำให้นักเรียนมีเวลาในการเตรียมตัวสอบได้มากขึ้น
     นอกจากนี้ที่ประชุมจะหารือถึงร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนอกระบบของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง เพื่อหาแนวทางที่ชัดเจน เพราะร่างพ.ร.บ.ของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เมื่อเข้าไปสู่การพิจารณาในขั้นวุฒิสภาแล้ว อาจมีการเปลี่ยนแปลงสาระของ พ.ร.บ.บางประเด็น ดังนั้นที่ประชุมจะหารือเพื่อกำหนดแนวทางอย่างไรให้หลักการสำคัญของร่างพ.ร.บ.ไม่ถูกปรับจนแตกต่างมากจากร่างเดิม

5. แข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ฤดูร้อน ครั้งที่ 24 (แนวหน้า 23 มิ.ย.)

     สำนักเลขาธิการ คณะกรรมการจัดการ แข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ฤดูร้อน ครั้งที่ 24 พ.ค.2550 ขอเชิญนิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ สมัครเป็นตัวแทนประเทศไทย เพื่อเป็นผู้แสดงในพิธีรับมอบธงเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทย ในปี 2550 นี้ เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึง 4 ก.ค.นี้ ที่ฝ่าย กิจการนักศึกษาของแต่ละสถาบัน หรือ www.bangkok2007.org ผู้สมัครต้องมีพื้นฐานด้านการ แสดงนาฏศิลป์ สูงโปร่ง โทร.02-381-2841

6. สกอ. เลือก 30 สถาบันร่วมโครงการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง (แนวหน้า 20 มิ.ย.)

     นายภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวในการเป็นประธานเปิด การสัมมนาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการศึกษาวิธีปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ของการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง ซึ่งมีประเด็นทั้งด้านบวกและด้านลบ ที่เห็นได้ชัดเจนในด้านบวก คือ มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาต่างๆได้ใช้ช่องทางนี้เป็นการขยายขอบเขตไปให้บริการทางการ ศึกษาในระดับอุดมศึกษานอกพื้นที่ตั้ง โดยให้บริการในชุมชนที่มีความต้องการ ใช้หลักการตลาดในยุค ปัจจุบัน เปรียบได้กับ Home Delivery เช่นเดียวกับการศึกษาทาง Cyber Space หรือทางอินเตอร์เน็ต
     ขณะนี้ สกอ. มีโครงการผลิตและพัฒนาอาจารย์ระดับปริญญาเอก เนื่องจากระบบอุดมศึกษาไทย ยังขาดแคลนทรัพยากรด้านบุคคลที่มีคุณภาพจำนวนมาก แต่สถาบันอุดมศึกษาจะต้องดูแลปัญหาเรื่องคุณภาพอาจารย์ เพราะปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งให้อาจารย์ที่เพิ่งจบปริญญาตรี มีเกรดต่ำกว่า 2.5 มาสอนนักศึกษา ดังนั้น สกอ. จึงได้จัดทำโครงการศึกษาวิจัยการจัดการศึกษาทั้งในและนอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเปรียบเทียบระหว่างการเรียน การสอนหลักสูตรเดียวกันใน 3 กลุ่มสาขาวิชาหลัก คือ สาขาบริหารธุรกิจ สาขาบริหารรัฐกิจ และสาขาบริหารการศึกษา โดยคัดเลือกหน่วยจัดการศึกษานอกที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา 30 แห่ง เข้าร่วมระดมความคิดและกำหนดวิธีปฏิบัติที่ดีเพื่อเป็นแนวทางการจัดการศึกษานอกที่ตั้งให้มีคุณภาพ

 
สรุปข่าวส่งออกจากประชาสัมพันธ์ มก. กับสื่อแขนงต่างๆ (ระหว่างวันที่ 17 - 23 มิถุนายน 2548)
1. สังคม
  • มก. กำหนดวันซ้อมรับปริญญา
  • มก. ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
2. วิจัย
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดอาคารวิจัยจุฬาภรณ์
3. ประชุม / สัมมนา
  • มก. เจ้าภาพจัดประชุมสัมมนา ไอซีทีเพื่อการศึกษาไทย
  • มก. เปิดเวทีความรู้ เรื่องพลังงาน : การสูญเสีย การประหยัด และการทดแทน
  • ขอเชิญฟังการบรรยายพิเศษ “ล่องแควน้อย สู่ไทรโยค 2548”
4. เชิญสื่อมวลชนทำข่าว
  • มก. เจ้าภาพจัดประชุมสัมมนา ไอซีทีเพื่อการศึกษาไทย
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดอาคารวิจัยจุฬาภรณ์
  • ขอเชิญร่วมงานเปิดตัวหนังสือใหม่และอภิปรายเรื่อง สหรัฐอเมริกา : ประวัติศาสตร์ และการศึกษา
  • การบรรยายพิเศษ “ล่องแควน้อย สู่ไทรโยค 2548”
5. รับสมัครงาน
  • 5 อัตรา ให้กับ คณะสังคมศาสตร์ , กองบริการการศึกษา , คณะมนุษยศาสตร์ รวม 2 ข่าว
6. บันเทิง / ศิลปวัฒนธรรม
  • ชาว มก. ขอเชิญร่วมวงสนทนาภาษาเพลง“ดนตรีในสวน ครั้งที่ 4”
7. กิจกรรม
  • วันพัฒนาและปลูกต้นไม้ มก.สานสัมพันธ์น้องพี่ชาวเกษตร “ไม่รุนแรง...แต่ได้ประโยชน์”