สรุปข่าวในรอบสัปดาห์ วันที่ 20-26 สิงหาคม 2547

ข่าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 
1. ม.เกษตรฯ คิดค้นสูตรเต้าหู้แคลเซียมสูง (กรุงเทพธุรกิจ 20 ส.ค.)
ดร.อนุวัตร แจ้งชัด ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ภาควิชาได้พัฒนาสูตรและกรรมวิธีผลิตเต้าหู้เสริมแคลเซียม ซึ่งปัจจุบันได้เสนอผลงานให้เอกชนผู้ผลิตเต้าหู้เรียบร้อยแล้ว โดยมีลักษณะ เป็นเจลยืดหยุ่น เนื้อเนียนเรียบ ปริมาณแคลเซียม 25.60 มก. ต่ออาหาร 100 ก. ซึ่งสูงกว่าเต้าหู้สูตรพื้นฐาน 3 เท่า ทีมวิจัยได้ศึกษาเพื่อค้นหาสูตรและกรรมวิธีผลิตที่เหมาะสมในการทําเต้าหู้หลอดโดยศึกษาทั้งชนิดของสารตกตะกอน น้ำหนักถั่วเหลืองแห้ง ขั้นตอนการเตรียมนมถั่วเหลือง อุณหภูมิน้ำและระยะเวลาการแช่ รวมถึงศึกษาปริมาณสารประกอบแคลเซียมแลคเตท นอกจากนี้มีการวิเคราะห์ คุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย ซึ่งดูเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด การวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพ คุณภาพทางเคมีและปริมาณแคลเซียม

2. "อินไซด์ ม.รับตรง" (คม ชัด ลึก 23 ส.ค.)
ม.เกษตรศาสตร์ รับนักศึกษาผ่านระบบรับตรงทั้งสิ้น 5,411 คน แบ่งเป็นโควตาต่างจังหวัดของวิทยาเขตต่างๆ จำนวน 2,000 คน โดยใช้ผลสอบวัดความรู้เดือน ต.ค.นี้ และโครงการรับผู้มีความสามารถดีเด่นทางวิชาการ โดยต้องได้เกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไปเข้าเรียน ในคณะต่างๆจำนวน 1,200 คน ซึ่งโควตาทั้งสองประเภทนี้รับสมัครเดือน พ.ย.นี้ นอกจากนี้ยังมีโครงการรับผู้มีความสามารถด้าน กีฬาในทุกคณะจำนวน 150 คนและผู้มีความสามารถด้านดนตรี 45 คน และโควตาบุตรเกษตรกรเข้าเรียนคณะเกษตรศาสตร์และประมง จำนวน 220 คน รับสมัครเดือน ต.ค.นี้ ส่วนโครงการภาคพิเศษรับ 1,100 คน รับสมัครเดือน มี.ค.2548 ติดต่อโทร.0-2942-8293-5 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ku.ac.th

3. "ทักษิณ" เมินเสียงต้านเปิดเสรีพืชจีเอ็มโอ ชี้ ก.วิทย์ล็อบบี้-ไม่ใช่บริษัทต่างชาติ (ไทยรัฐ 24 ส.ค.)
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะอนุญาตให้ทดลองปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้าง ขวางว่าบางเรื่องต้องเอาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาดูทิศทางว่าประเทศอื่นทำอย่างไร

นายศักดิ์รินทร์ ภูมิรัตน์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า จะนำข้อสรุปของคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ แห่งชาติเข้าที่ประชุมเพื่อให้หน่วยงานอื่นๆ รับทราบและเตรียมความพร้อมด้วย สำหรับ วท.มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการ บุคลากรและหน่วยปฏิบัติงาน ประเมินความปลอดภัย ส่วนข้อกังวลของเอ็นจีโอนั้นนักวิชาการเข้าใจดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเอ็นจีโอไม่ใส่ใจคุณภาพของข้อมูลทำให้เรื่องที่ละเอียดอ่อน ไปสร้างความเข้าใจผิดในวงสังคม

ด้านนายวิชัย โฆสิตรัตน อาจารย์คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ เผยว่าวิจัยมะละกอจีเอ็มโอแขกนวลให้มีคุณสมบัติต้านทานโรคจุดวงแหวนสามารถต้านทานโรค 95% ทำมานานถึง 29 ปีเต็ม จนถึงขณะนี้การรอคอยของเกษตรกรที่ต้องการเมล็ดพันธุ์ใกล้แค่เอื้อม แต่ดูเหมือนไกลสุดขอบฟ้า ซึ่งมะละกอจีเอ็มโอที่ถูกพัฒนาขึ้น ในเมืองไทยมี 3 สายพันธุ์ ใน 3 หน่วยงาน คือ กรมวิชาการเกษตร ม. มหิดล และ ม.เกษตรศาสตร์

4. มก. จัดอภิปราย "จิตวิทยากับทุนมนุษย์ฯ" (เดลินิวส์ 24 ส.ค.)
ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดอภิปรายในหัวข้อ "จิตวิทยากับทุนมนุษย์และทางสว่างของสังคมไทย" ในวันที่ 27 สิงหาคม 2547 เวลา 09.00.-12.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 อาคาร 3 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

5. สพท.พิษณุโลกจับมือ ม.เกษตรฯ สอนเด็กรู้เรื่องสิทธิบัตรทั่วโลก (มติชน 24 ส.ค.)
นายทวีศักดิ์ นุ่มฤทธิ์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 เปิดเผยว่าปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ทุกชนิดมีการจัดทำเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ และมีการสะสมกันมานานกว่า 200 ปี ปัจจุบันมีกว่า 30 ล้านรายการที่สามารถสืบ ค้นทางอินเตอร์เน็ต และสามารถนำกระบวนการ แนวคิด รูปแบบมาผลิตสินค้าจำหน่ายในประเทศและสามารถส่งออกไปจำหน่าย ในประเทศที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรได้ สิทธิบัตรที่ได้รับการคุ้มครองในประเทศไทยมีเพียง 0.05% ของสิทธิบัตรทั่วโลกเท่านั้น จึงได้ประสานขอรับความร่วมมือจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ดำเนินงานโครง การนำร่องส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยด้วยเทคโนโลยีจากเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติสำ หรับนักเรียนระดับช่วงชั้นที่ 3-4 จำนวน 10 โรงเรียน มีนักเรียนทั้งสิ้น 912 คน ซึ่งทั้ง 10 โรงเรียนจะจัดทำโครงการจาก แหล่งเรียนรู้เอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ โรงเรียนละ 3 โครงการ ส่งเข้าร่วมประกวดในระดับจังหวัดในเดือนธันวาคมนี้

6. คนไทยน่าห่วงเสพติด "เซ็กซ์" (เดลินิวส์ 24 ส.ค.)
จากการสัมมนาวิชาการ เรื่อง "เสพติดเซ็กซ์ :โรคหรือค่านิยมผิดๆ" โดยสาขาสังคมวิทยาประยุกต์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่ง น.พ.พนมทวน ชูแสงทอง วิทยากรพิเศษ กล่าวว่าการเสพ ติดเซ็กซ์ถือเป็นโรคซึ่งเกิดจากสาเหตุทั้งทางพันธุกรรม ทางจิต และความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งผู้ป่วยต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการบำบัดรักษา เพราะหากหมกมุ่นกับเรื่องนี้จะไม่สามารถทำงานด้านอื่นให้ดีได้ และจะก่อให้เกิดอันตรายกับตนเองและผู้อื่นด้วย

ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตบำบัด มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่าปัญหาของวัยรุ่นไทยในปัจจุบันที่รัฐบาลและนักวิชาการต้องช ่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วนมี 5 เรื่องคือ การขาดวินัยชีวิต เอกลักษณ์สับสน เอาแต่ใจตัวเองก้าวร้าว ออกอาการเพศ และขาดมนุษยสัมพันธ์ เนื่องจาก อยู่ในยุคดอทคอมซึ่งจะทำให้เด็กเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม หรือ SocialPhobia เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ดังนั้นต้องสอนให้เด็กรู้จักบริหารชีวิต บริหารเวลา มีเป้าหมายชีวิต และรู้ว่าตัวเองคือใคร

ด้านเจมี่ บูเฮอร์ ดารานักแสดง กล่าวว่าในฐานะที่ตนเป็นสื่อแขนงหนึ่ง ยอมรับว่าดาราก็คือแบบอย่างหนึ่งทางสังคม แต่หากต้องการจะเอาดารา เป็นต้นแบบก็ควรดูดาราคนนั้นในระยะยาวด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะช่วงเวลาดังเท่านั้น เราต้องรู้จักเลือกรับสื่อและควรเอาชนะอารมณ์ฝ่ายต่ำของตนเองให้ได้

7. มหกรรมข้าวโลก ครั้งที่ 1 (คม ชัด ลึก 26 ส.ค.)
นายสุเทพ ลิ้มทองกุล รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ กว่า 40 องค์กร เตรียมจัดงาน "มหกรรมข้าวโลก" ครั้งที่ 1 ในวันที่ 31 สิงหาคม - 5 กันยายน 2547 ที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และที่ อาคารสารนิเทศ 50 ปี ม.เกษตรศาสตร์ โดยได้นำผลงานวิจัยการพัฒนา และปรับปรุงพันธุ์ข้าวมาแสดงให้ประชาชนชม กว่า 90 พันธุ์ โดยจุดเด่นอยู่ที่พันธุ์ข้าวที่มีต้นสูงที่สุดในโลก คือ ข้าวพันธุ์ปิ่นแก้ว 56 เป็นข้าวขึ้นน้ำ ทนน้ำลึกได้ดี มีต้นสูงถึง 5 เมตร

8. มก. อ่วมถูกตัดงบฯ เงินกู้ยืม 50 ล้าน (คม ชัด ลึก , มติชน , เดลินิวส์ 26 ส.ค.)
รศ.ชัยชาญ มหาสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ม.เกษตรฯ เผยว่า ในปีการศึกษา 2547 มก. ได้รับผลกระทบจากการลด งบประมาณกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาลงกว่า 50 ล้านบาท และเงินกู้ยืมนิสิตใหม่ประมาณ 75 ล้านบาท โดยเฉพาะวิทยาเขตสกลนคร ที่ประสบปัญหาหนัก เพราะนิสิตกว่า 80% มีฐานะยากจน และส่วนหนึ่งได้แจ้งความจำนงขอลาออก แม้มหาวิทยาลัยพยายามช่วยเหลือจัด กองทุนการศึกษาเป็นงบที่มาจากค่าหน่วยกิต 25% ของนิสิตทุกคนมารวมกันและจัดสรรให้นิสิตแต่ละคณะ และพยายามให้นิสิตทำงานพิเศษ ในมหาวิทยาลัยแต่ช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งมหาวิทยาลัยได้หาทางแก้ไขปัญหาโดยจะเกลี่ยเงินกู้ยืมจากที่เคยให้ 50,000 บาท ต่อคนต่อปี เหลือ 30,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อกระจายเงินให้ถึงมือนิสิตมากขึ้น

9. มก. อบรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการผลิตไม้ดอกฯ (กรุงเทพธุรกิจ 26 ส.ค.)
ม.เกษตรศาสตร์ จัดอบรมการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการผลิตไม้ดอกไม้ประดับในเชิงธุรกิจ มีหลายหลักสูตร อาทิ การจัดการและการบริหารห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช สูตรอาหารต่างๆ ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นต้น ระหว่างวันที่ 19 - 21 ตุลาคม 2547 ฝึกอบรมที่สาขาวิชาชีววิทยา สายวิชาวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ มก. วิทยาเขตกำแพงแสน โดยมีค่าใช้จ่ายหลักสูตรละ 3,200 บาท โทรศัพท์ 0-3428-1105-6 ต่อ 411 , 410

10. มก. ลุยปั๊มหมอปี 48 (ไทยรัฐ 26 ส.ค.)
รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ อธิการบดี ม.เกษตรฯ เผยว่าในปี 2548 มก. มีแผนการรับนิสิตใหม่ ระดับปริญญาตรี รวม 12,411 คน แบ่งเป็นการรับผ่านสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หรือระบบเอ็นทรานซ์ 7,000 คน หรือ 56% และการสอบคัดเลือกเอง หรือรับตรง 5,411 คน หรือ 44% ของจำนวนรับทั้งหมด ทั้งนี้ในปี 2548 มก. มีมติไม่ร่วมนำร่องระบบแอดมิชชั่น เนื่องจากที่ผ่านมา มก. ได้ทำการประชาสัมพันธ์การรับนิสิตไปยังสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว

สำหรับในปีการศึกษา 2548 มก. มีโครงการจัดตั้งหลักสูตรแพทยศาสตร์ เนื่องจากที่ผ่านมา มก. ร่วมมือกับวิทยาลัยแพทย์พระมงกุฎในการ ผลิตแพทย์มานาน และเร็วๆ นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมาตรวจราชการที่ มก. วิทยาเขตกำแพงแสน และวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และเห็นว่า มก. ควรจะผลิตแพทย์ และในปี 2548 จะเป็นปีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระชนมายุ 48 พรรษา มก. ได้กราบทูลว่าจะดำเนินการจัดสร้างศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์ ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมการอยู่

 
ข่าวทั่วไป
 
1. กระทรวงวิทย์ฯ จับมือไอซีทีโชว์ข้อมูลไฮเทคผ่านเว็บ (มติชน 20 ส.ค.)
นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่าได้ประสานงานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) ที่จะนำเอาองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปช่วยสนับสนุนกระทรวงไอซีทีเพื่อให้ความรู้เข้าถึงประชาชน โดยกระทรวงไอซีทีได้นำไปเป็น knowledge center ซึ่งจากตรงนั้นกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์จำนวน มหาศาล จึงได้ก่อตั้งศูนย์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยวิธีออนไลน์ (science and knowledge center) STKC ซึ่งคณะรัฐมนตรี มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว และตรงนี้จะเป็นตัวชี้วัดการทุงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ องค์ความรู้ที่ผ่านทาง STKC ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดทำออกมาเป็นหลายรูปแบบ หลายสาขา โดยได้จัด 7 หัวข้อ คือ
1.ด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติทั่วไป
2.ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี
3.ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์
4.ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร
5.ด้านสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6.ด้านมนุษยศาสตร์
7.ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และสามารถเข้าดูเว็บได้ที่ http://www.STKC.Co.th

2. ม.เอกชนขอร่วมขบวนแยกกระทรวงอุดมศึกษา (เดลินิวส์ 23 ส.ค.)
ผศ.ดร.จันทร์จิรา วงศ์ขมทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคริสเตียน ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) เปิดเผยว่าได้เสนอให้มีการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อจัดตั้งเป็นกระทรวงอุดมศึกษา เพื่อความคล่องตัวในการทำงานนั้นปรากฏว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะเห็นชัดเจนว่าเวลา 1 ปี ที่รวมการอุดมศึกษา เข้ากับกระทรวงศึกษาธิการงานอุดมศึกษาเคลื่อนไปข้างหน้าช้ามาก ถึงแม้โดยหลักการการรวมกันจะเป็นเรื่องที่ดีเพื่อความเป็นเอกภาพก็ตาม ทั้งนี้ในวันที่ 3 ก.ย. ซึ่งจะมีการประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐ มหา วิทยาลัยเอกชน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ก็จะมีการนำเรื่องนี้ขึ้นมาหารือด้วย

ด้าน รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการ บดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาข้อมูลการแยกกระทรวงอุดมศึกษา กล่าวว่าคณะทำงานกำลังจัดทำแบบสอบถาม เพื่อส่งไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารงาน คุณภาพอาจารย์ คุณภาพนักศึกษา ความเป็นเลิศทางวิชาการ และทรัพยากรที่มาสนับสนุนภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ มีปัญหา อุปสรรคอย่างไร อนาคตอยากให้มีการพัฒนาปรับปรุงอุดมศึกษาไปในทิศทางใด และต้องการให้มีการแยกออกเป็นกระทรวงอุดมศึกษาหรือไม่ ขณะเดียวกัน จะต้องศึกษาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศมาเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาด้วย

3. นักวิชาการชี้ประเทศเอเชียขาดงานวิจัย 5 รูปแบบ (มติชน 23 ส.ค.)
ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ กรรมการสภาการศึกษาและประธานอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านวิจัยและประเมินผล กล่าวตอนหนึ่งในการอภิปรายเรื่อง "การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้ : นวัตกรรมใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียน" ว่ารูปแบบการวิจัยแบ่งได้ 5 แบบ คือวิจัยเพื่อเพิ่มความรู้ วิจัยเพื่อแก้ปัญหา วิจัยเพื่อหานโยบาย วิจัยเชิงประเมินผล และวิจัยกระบวนการ แต่น่าเสียดายที่ประเทศทางเอเชียยังขาดการวิจัยทางกระบวนการดังกล่าว ซึ่งวัฒนธรรมไทยมีความสัมพันธ์กับการเรียนรู้แบบ "ความสัมพันธ์แนวดิ่ง" คนไทยมีลักษณะนิสัยถ่อมตัว เชื่อฟัง และทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่ ทำให้ไม่กล้าแสดงออก และบางครั้งยังขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ส่วนลักษณะการเรียนจะเน้นครูผู้สอนเป็นหลัก โดยเน้นสอนให้เด็กได้เนื้อหาทาง วิชาการมากกว่าที่จะสอนให้เด็กคิดเพื่อให้เกิดปัญญา ดังนั้นในยุคปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำเป็นต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนและ ปรับวิธีคิดโดยหันมาศึกษาเพื่อหาความรู้อย่างแท้จริงมากกว่าที่จะศึกษาโดยให้ความเน้นเพียงวุฒิการศึกษาและส่งเสริมการทำวิจัยให้มากขึ้น

4. ไทยเสนอความร่วมมือประชุมการศึกษาเพื่อเอเชีย (กรุงเทพธุรกิจ 24 ส.ค.)
นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นางพรนิภา ลิมปพยอม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการ อาชีวศึกษา และคณะเข้าร่วมประชุมความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อเอเชีย หรือ Education Forum for Asia ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานเปิดการประชุม และจะทรงเข้าร่วมตลอดการประชุม จนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2547 ประเด็นหลักที่นำเสนอในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม คือ การสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาในกลุ่มประเทศเอเชียอย่างเป็น รูปธรรม ให้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านการศึกษาทั้งครูและนักเรียนและขยายผลไปถึงความร่วมมือที่นักเรียนไทยจะสามารถทำงานได้ในทุกประเทศในเอเชีย
อนึ่ง การประชุม Education Forum for Asia ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดยความร่วมมือระหว่าง Boao Forum for Asia , China Scholarship Council กระทรวงศึกษาธิการของจีน และองค์การยูเนสโก ในการประชุมครั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตอบรับกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะทรงร่วมการประชุมเต็มคณะในวันที่ 24 สิงหาคม 2547 ซึ่งในช่วงการ ประชุมดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับการศึกษาของไทยด้วย

5. ปรับโครงการดึงสมองไหลกลับ (คม ชัด ลึก 26 ส.ค.)
รศ.ดร.ภาวิช ทองโรชน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับความคาดหวังที่จะให้นักวิชาการไทยจากต่างประเทศกลับ มาช่วยพัฒนาการอุดมศึกษาไทย โดยได้ร่วมมือกับสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา พร้อมทั้งร่วมกันปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอน ร่วมงานวิจัยและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ฝึกอบรมหรือสัมมนา รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาใน การทำวิจัยและพัฒนาระบบบริหารของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ภายใต้โครงการสมองไหลกลับ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานแบ่งออกเป็น 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขา สิ่งแวดล้อม เภสัชศาสตร์ และอุตสาหกรรมเกษตร

 
สรุปข่าวส่งออกจากประชาสัมพันธ์ มก. กับสื่อแขนงต่างๆ (ระหว่างวันที่ 20-26 สิงหาคม 2547)
1. ข่าวรับสมัครงาน
  • 6 อัตรา ให้กับ สถาบันวิจัยฯ คณะมนุษยศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ รวม 4 ข่าว
  • 2. อบรม / สัมมนา
  • วิศวะฯ มก. จัดสัมมนา "การบำรุงรักษาเครื่องจักรโดยวิธีการตรวจวัดสภาพ"
  • 3. กิจกรรม
  • มก. ขอเชิญประกวดสุดยอดฝีมือการประกอบอาหารจากข้าวชิงเงินรางวัล พร้อมประกาศนียบัตรและร่วมแสดงในงานการประชุมวิชาการนานาชาติ ว่าด้วยข้าวเพื่ออนาคต ครั้งที่ 1
  • "ตามศรัทธา" ละคอนเวทีสื่อสารมวลชน ม.เกษตรศาสตร์
  • 4. การศึกษา
  • มก. ประกาศออกใบรับรองประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมนิสิตเพื่อขยายโอกาส การเรียนรู้และเป็นเครื่องมือเสริมการสมัครงาน
  • มก. ถวายเหรียญสดุดี The Pearl Rice Medal แด่พระบามสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ
  • มก. รับตรง 5,411 คน กระจายรับนักเรียนทุกภูมิภาค
  • 5.ประชุม
  • มก. เจ้าภาพประชุมนานาชาติว่าด้วยข้าวเพื่ออนาคต